Skip to content
ปัญหาเรื่องเพื่อน — ดราม่า คำแนะนำ คำขอโทษที่ค้างอยู่
หัวข้อทั้งหมด
🫂

ปัญหาเรื่องเพื่อน

ดราม่า คำแนะนำ คำขอโทษที่ค้างอยู่

10–15 min per lesson🎯 Teens · ages 13–17 · CEFR A2

ทำไมสิ่งนี้จึงสำคัญ

พลวัตของเพื่อนในภาษาที่สองยากกว่าภาษาอังกฤษในห้องเรียนมาก คำศัพท์ในตำราเรียนมีไว้สั่งอาหารและหาโรงแรม ไม่ใช่สำหรับบอกว่าเจ็บปวด ถามว่าทำไมถึงเงียบ หรือขอโทษโดยไม่ฟังดูอ่อนแอ ภาษาอังกฤษที่ยากที่สุดสำหรับวัยรุ่นส่วนใหญ่คือภาษาที่มีความรู้สึกอยู่ใต้มัน

บทเรียนเหล่านี้ให้พื้นที่ฝึกบทสนทนาแบบนั้นโดยไม่มีแรงกดดัน ติวเตอร์ฟังก่อน ไม่บอกว่าต้องทำอะไร และช่วยหาคำที่ต้องการ ไม่ว่าจะอยากเขียน DM ที่ไม่ฟังดู passive-aggressive หรืออยากซ้อมขอโทษก่อนพูดจริง ทำได้ที่นี่โดยไม่ถูกตัดสิน และได้วลีที่ใช้ได้จริงในชีวิต

สิ่งที่คุณจะทำได้

  • เล่าปัญหาขัดแย้งด้วยสามประโยคที่ชัดเจน ไม่วกเวียน
  • ถาม "How are you feeling about it?" อย่างเป็นธรรมชาติ
  • ขอโทษได้อย่างมีน้ำหนัก: "I'm sorry I [สิ่งที่ทำ]" ไม่ใช่ "sorry you feel that way"
  • ฟังอย่างตั้งใจเป็นภาษาอังกฤษ: "That makes sense", "I get why you'd feel that way"
  • ตั้งขอบเขตอย่างอ่อนโยน: "I love you, but I need a bit of space tonight."

บทเรียนจริงเป็นอย่างไร

เด็ก 15 ขวบที่เพื่อนสนิทเงียบไปสองสัปดาห์แล้ว

Tutor
Hey! I'm Sarah. Anything going on with friends lately?
You
Yeah, my best friend has been weird with me. She barely replies anymore.
Tutor
That sounds really hard. How long has it been like that?
You
Maybe two weeks. I don't know what I did.
Tutor
I get why that's hurting. Have you been able to ask her directly?
You
I'm scared to. What if she's just over me as a friend?

คำศัพท์หลัก

drama
สถานการณ์วุ่นวายทางอารมณ์ระหว่างคน คำที่วัยรุ่นใช้กันปกติ
"There's a lot of drama in our group right now."
fight
การทะเลาะที่มีความรู้สึกรุนแรง ไม่ได้แปลว่าทำร้ายร่างกาย
"We had a fight last weekend."
ignore
แกล้งทำเป็นว่าไม่มีคนนั้นอยู่ หรือไม่ตอบรับโดยตั้งใจ
"She's been ignoring me since Monday."
ghost (someone)
หยุดตอบกลับทันทีโดยไม่อธิบาย แรงกว่า "ignore"
"He totally ghosted me."
awkward
ความรู้สึกอึดอัดเมื่อไม่รู้จะพูดอะไร
"Things have been so awkward at lunch."
jealous
รู้สึกแย่เพราะคนอื่นมีสิ่งที่อยากได้ หรือมีคนที่อยากได้
"I think she's jealous of my new friend."
mood
อารมณ์ที่เป็นอยู่ตอนนี้ "in a mood" = อารมณ์ไม่ดี
"She's been in a mood all day."
apologise / apologize
พูดขอโทษ UK: "apologise" US: "apologize"
"I should apologise first."
make up
กลับมาดีกันหลังทะเลาะ
"We finally made up yesterday."
boundary
เส้นที่กำหนดว่าอะไรโอเค อะไรไม่โอเคสำหรับตัวเอง
"I had to set a boundary about texts at midnight."

วลีที่มีประโยชน์ตามสถานการณ์

อธิบายปัญหา

  • I think she's upset with me.
  • He's been ghosting me for two weeks.
  • We had a fight on Friday.
  • I don't know what I did wrong.

ถามว่ารู้สึกอย่างไร

  • Are you okay?
  • How are you feeling about it?
  • Do you want to talk about it, or not really?
  • Is there anything I can do?

ขอโทษ

  • I'm sorry I [specific thing].
  • I shouldn't have said that. I get it now.
  • I want to fix this. Can we talk?
  • I miss you. Can we make up?

ข้อผิดพลาดทั่วไปและวิธีแก้ไข

ฟังดูผิด
My friend, he is always sad now.
เป็นธรรมชาติ
My friend is always sad now. / He's always sad now.
ในภาษาอังกฤษไม่ใช้ "my friend" กับ "he" ควบคู่กัน ให้เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง เพิ่มคำที่สองเฉพาะตอนเปลี่ยนประธาน
ฟังดูผิด
I'm sorry FOR I said that.
เป็นธรรมชาติ
I'm sorry I said that.
หลัง "I'm sorry" ให้ระบุสิ่งที่ทำได้เลย ไม่ต้องมี "for" ใช้ "I'm sorry for [คำนาม]" ได้ แต่ถ้าตามด้วยกริยา ให้ใช้ "I'm sorry I [กริยา]"
ฟังดูผิด
She makes me to feel bad.
เป็นธรรมชาติ
She makes me feel bad.
หลัง "make/let/help" ไม่ต้องใส่ "to" เช่น "She makes me feel..." ไม่ใช่ "to feel"

หมายเหตุทางวัฒนธรรม

  • ในวัฒนธรรมวัยรุ่นที่พูดภาษาอังกฤษ การ "ghosting" (เงียบทันทีไม่มีคำอธิบาย) พบบ่อยกว่าการเผชิญหน้าตรงๆ ไม่ใช่ทางเลือกที่ดีกว่า แต่เป็นรูปแบบที่เกิดขึ้นจริง การรู้จักคำว่า "ghosting" ทำให้พูดถึงมันได้
  • "I'm sorry" ฟังดูมีน้ำหนักกว่า "I'm sorry you feel that way" อย่างมาก ประโยคที่สองฟังดูโยนความผิดไปให้ความรู้สึกของอีกฝ่าย เจ้าของภาษาส่วนใหญ่จะได้ยินว่าไม่ใส่ใจ คำขอโทษที่ดีคือการระบุสิ่งที่ตัวเองทำ

เคล็ดลับจากติวเตอร์ของเรา

คำถามที่พบบ่อย

ติวเตอร์จะตัดสินสิ่งที่เล่าไหม?+
ไม่เลย ติวเตอร์ถูกสอนให้ฟัง ถามคำถาม และไม่ตัดสิน ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเพื่อน ติวเตอร์รับฟังเรื่องราวของเราอย่างจริงจัง
ถ้าเป็นเรื่องละเอียดอ่อนมาก เช่น เพื่อนทำร้ายโดยตั้งใจ จะเป็นอย่างไร?+
แบ่งปันได้มากหรือน้อยแค่ไหนก็ได้ตามสบาย ติวเตอร์ตอบด้วยความเข้าใจ ถามว่ารู้สึกอย่างไร และไม่กดดัน ถ้าพูดถึงเรื่องที่ไม่ปลอดภัยจริงๆ ติวเตอร์จะแนะนำเบาๆ ให้คุยกับผู้ใหญ่ที่ไว้ใจได้ ไม่ใช่การเบี่ยงเบน แค่เป็นตัวเลือกหนึ่ง
ซ้อมขอโทษที่กลัวพูดในชีวิตจริงได้ไหม?+
ได้ นั่นคือประโยชน์อย่างหนึ่งของบทเรียนนี้ บอกติวเตอร์ว่าอยากพูดอะไร ติวเตอร์จะเล่นเป็นเพื่อน (หรือแค่ฟัง) และทำซ้ำได้กี่ครั้งก็ได้จนฟังดูดี
ติวเตอร์เป็นนักบำบัดไหม?+
ไม่ ติวเตอร์คือคู่ฝึกภาษาอังกฤษที่มีมารยาทในการฟังที่ดี สำหรับการสนับสนุนทางอารมณ์ต่อเนื่อง โปรดคุยกับคนจริงๆ พ่อแม่ ที่ปรึกษาโรงเรียน หรือสายด่วนเช่น Childline

ติวเตอร์แนะนำสำหรับหัวข้อนี้

หัวข้อที่เกี่ยวข้อง

ปัญหาเรื่องเพื่อน

ทดลองฟรี 5 นาที ไม่ต้องใช้บัตร ไม่มีข้อผูกมัด

เริ่มบทเรียน →